สไตล์ฟุตบอลของ มูรินโญ่ ยากที่จะได้การยอมรับจากแฟนบอล สเปอร์ส

แผนของ โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกือบจะได้ผลในเกมลีกที่เปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม พ่าย ลิเวอร์พูล 0-1 แต่พลพรรค “ไก่เดือยทอง” ก็ไม่สามารถหาคำตอบในการเสียประตูให้กับ “หงส์แดง” ได้

มันอาจไม่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจนักที่ มูรินโญ่ ได้ใช้เกมรับเป็นหลักในการรับมือ ลิเวอร์พูล โดยโค้ชเลือดฝอยทอง ขึ้นชื่อในเรื่องกลวิธีจัดการกับทีมคู่แข่งที่เกมรุกยอดเยี่ยม แต่ลูกทีมของเขาก็ไม่ได้ทำได้ดีกว่าทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลย

ขณะเดียวกันมีหลายครั้งในช่วงครึ่งแรกที่ ลิเวอร์พูล บุกมากดดัน สเปอร์ส บริเวณหน้ารอบเขตโทษของตัวเองเป็นเวลานานหลายนาที ซึ่งแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” มีสิทธิ์ที่จะถามวิธีการเล่นของทีม และคิดว่า เมื่อไม่มี แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวเก่งลงสนาม แต่ก็ยังมีนักเตะพรสวรรค์อยู่มากมาย และพวกเขาจะไม่แสดงความทะเยอทะยานให้เห็นมากกว่านี้หรือ

สถิติในช่วงพักครึ่งแรกหลังโดน โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ กองหน้าทีมชาติบราซิล ของ ลิเวอร์พูล ซัดประตูในนาทีที่ 37 นั้น สเปอร์ส ผ่านบอลกันเพียง 98 ครั้ง ขณะที่ “หงส์แดง” ผ่านบอลไปถึง 347 ครั้ง ซึ่งมันเป็นสถิติการผ่านบอลที่น้อยที่สุดในครึ่งแรกของ “ไก่เดือยทอง” ในเกมลีกนับตั้งแต่การพบกับ อาร์เซน่อล ในเดือนเมษายน ปี 2010

นี่ไม่ใช่ สเปอร์ ที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ สร้างขึ้น แม้ตามมาตรฐานของ มูรินโญ่ ก็อาจทำให้เรารู้สึกคิดลบมากเกินไป และเมื่อถึงเวลาเกมมันก็จบลง มูรินโญ่ ยังยิ้มอยู่หน้ากล้องและ “ไก่เดือยทอง” กำลังพลาดโอกาสที่จะหยุดยั้ง ลิเวอร์พูล

แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสชัดเจนในช่วงครึ่งแรกโดยเฉพาะจากจังหวะโหม่งจ่อๆของ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ กองหลังชาวดัตช์ แต่ เปาโล กาซซานิก้า นายทวาร สเปอร์ส ปัดออกไปได้ แต่ในช่วงครึ่งหลัง จากการ วิเคราะห์บอล ในเกมแล้ว “ไก่เดือยทอง” ก็มีโอกาสจะแจ้งเกิดจาก ซอง ฮึง มิน หัวหอกชาวเกาหลีใต้ และ โจวานนี่ โล เซลโซ่ กองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

ในความเป็นจริงในตอนท้ายเกม สเปอร์ส มีโอกาสยิงมากถึง 14 ครั้ง ส่วน ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิง 13 ครั้ง โดย “ไก่เดือยทอง” มีโอกาสที่จะแบ่งแต้มจาก “หงส์แดง” แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ ขณะเดียวกัน ทีมของ คล็อปป์ เพิ่งโดนคู่แข่งทำสถิติสร้างโอกาสยิงประตูได้มากกว่าเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น ในฤดูกาลนี้

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล ซึ่งรับบทกูรูให้กับ “สกายสปอร์ต” กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่า โชเซ่ จะผิดหวังเกินไปกับวิธีการเล่นของ สเปอร์ส ในเกมนี้ เขาจะต้องอยู่ในเกมให้ได้มากกว่านี้ 10 หรือ 15 นาที และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องทำ เพราะมันเป็นแผนการเล่นในเกมใหญ่อยู่เสมอ และคุณอย่าทำผิดพลาด และรอให้ฝ่ายตรงข้ามทำพลาด จากนั้นก็ลงโทษ”สไตล์ฟุตบอลของ มูรินโญ่ ยากที่จะได้การยอมรับจากแฟนบอล

ฟอร์มการเล่นของ สเปอร์ส ทำให้แฟนๆใน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม หงุดหงิด โดย แกร์รี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรับบทกูรูให้กับ “สกายสปอร์ต” กล่าวว่า “เราสงสัยว่า โชเซ่ ใช้เวลานานแค่ไหนก่อนที่แผนการเล่นจะเปลี่ยนไป พวกเขายังคงรอข้อผิดพลาด พวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์เมื่อพวกเขามีโอกาส”

สาเหตุที่มาของความหงุดหงิดสำหรับแฟนๆ สเปอร์ส หลายๆคน ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของ มูรินโญ่ ที่เขาเข้ามาคุมทีม คือการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพยายามที่จะทำกับทีม และหลังจากที่มีฟอร์มการเล่นแบบไร้ทิศทางเมื่อเร็วๆนี้ มันก็ยิ่งทำให้สาวก “ไก่เดือยทอง” เกิดข้อสงสัยในตัวอดีตกุนซือ เชลซี และ แมนฯยูไนเต็ด เพิ่มขึ้นไปอีก

ขณะที่ มูรินโญ่ อธิบายว่า “ผมมีความสุขกับสิ่งที่ลูกทีมทำและสิ่งที่พวกเขาพยายามทำ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ดีมาก และแข็งแกร่งมากในทุกๆด้าน มันยอดเยี่ยมมากที่ได้แข่งขันกับทีมที่ดีแบบนี้ และรู้สึกว่าพวกเขากำลังมีปัญหาเมื่อเผชิญหน้ากับเรา”

ไม่ต้องสงสัยเลยในความจริงที่ว่า สเปอร์ส ไม่สามารถหยุดความสงสัยจากแฟนบอลที่มีต่อ มูรินโญ่ ได้ แต่คำถามในตอนนี้คือ แฟนบอลเหล่านั้นจะทำอย่างไรในเมื่อพวกเขาเคยไปดูทีมที่ตื่นเต้นลงสนามภายใต้การคุมทัพของ โปเช็ตติโน่

เจที่ เร็ดแนปป์ อดีตกองกลาง ลิเวอร์พูล ซึ่งรับบทกูรูให้กับ “สกายสปอร์ต” กล่าวว่า “โชเซ่ ไม่เหมาะกับ ท็อตแน่ม เขาเป็นผู้ชนะเมื่อคุณดูสถิติของเขา แต่นี่จะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่นี่ เพราะแฟนๆเหล่านี้ต้องการที่จะดูฟุตบอลมีสไตล์ พวกเขาต้องการเห็นทีมของพวกเขาบุกไปข้างหน้า”

“เราเคยเรียกสไตล์ของ มูรินโญ่ ว่า Mourinho masterclasses แต่ตอนนี้ผมคิดว่าเกมฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว และแนวทางของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และสิ่งที่เราได้เห็นจาก คล็อปป์ และ โปเช็ตติโน่ นั้น มันเป็นสไตล์เกมบุกที่เร้าใจ ผมไม่แน่ใจว่าแฟนๆ สเปอร์ส จะยอมรับสไตล์การเล่นของ โชเซ่ ได้ พวกเขาต้องการความตื่นเต้นในทุกสัปดาห์”

“สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ ลิเวอร์พูล ชอบมากเมื่อทีมคู่แข่งตั้งรับ เพราะ ซาดิโอ มาเน่, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ เฟอร์มิโน่ ชอบมากเมื่อมีเวลาเล่นกับบอล และในเกมกับ สเปอร์ส ผมเห็นพวกเขามีพื้นที่แบบนั้นตั้ง 20 นาที กองหลัง สเปอร์ส ก็นิ่งเกินไป และ มูรินโญ่ ก็รู้ว่าเขาวางแผนผิดแล้ว

“ผมถามหน่อยว่า มีกี่ทีมที่จะตั้งรับและแบ่งแต้มจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเราเคยเห็นแล้วว่า แผนแบบนั้นมันทำงานได้น้อยลงเรื่อยๆ การเจอกับ ลิเวอร์พูล ก็เช่นกัน และแผนที่เน้นตั้งรับก็จะได้รับการยอมรับจากแฟนบอลน้อยลงเรื่อยๆ” เร็ดแนปป์ กล่าว

มันเป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสำหรับ มูรินโญ่ เขายึดติดกับแนวทางที่ตัวเองเคยทำในอดีตหรือไม่? หรือเขาจะเลิกยึดติด และทำตามทิศทางที่ดูเหมือนว่า ฟุตบอลสมัยใหม่จะก้าวหน้าไปมากแล้ว

สำหรับตอนนี้ มูรินโญ่ อาจจะรับความสบายใจจากแนวทางของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีเวลาที่เขาต้องการหาวิธีใหม่เพื่อสู้กับทีมอื่นๆต่อไป

ฟอร์มการเล่นของ สเปอร์ส

มาวิเคราะห์บอลแม่นๆ โอกาสในการคว้าแชมป์ลีกของหงส์

ถ้ามองกันแค่เรื่องฟอร์มการเล่นในช่วงต้นซีซั่นล้วนๆ คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลานี้ต้องยกให้กับ “หงส์แดง” ภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมันที่สร้างสรรค์ทีมขึ้นมาทีละนิดจนเวลานี้หากบอกว่าพวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งสุดในยุโรปและในโลกคงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนัก พร้อมกับเป้าหมายที่ชัดเจนมากนั่นคือการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดให้ได้ในรอบกว่า 30 ปี จึงอยากจะมา วิเคราะห์บอลแม่นๆ กับโอกาสความเป็นไปได้ถึงฝันเรื่องนี้

ก่อนอื่นขอบอกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขานับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลยก็ว่าได้ด้วยเหตุผลที่ว่าทีมคู่แข่งโดยเฉพาะ แมนฯ ซิตี้ มีคะแนนตามหลังอยู่พอสมควร หากว่าพวกเขาไม่พลาดเองเสียก่อนก็มีสิทธิ์กำชัยชนะหรือออกผลเสมอไปได้เรื่อยๆ จนคว้าแชมป์ไปครอง อย่างไรก็ตามเส้นทางนี้มันอาจไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครมองเอาไว้เพราะอย่าลืมว่าเกมลีกเป็นเกมการแข่งขันแบบยาวๆ มีปัจจัยหลายอย่างประกอบกันที่ทำให้เกิดช่วงเวลาสะดุด คราวนี้หากลอง วิเคราะห์บอลแม่นๆ ดูจะเห็นว่าซีซั่นก่อนพอเข้าสู่ช่วงเดินมกราคมพวกเขาทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักมีผลเสมอเป็นส่วนใหญ่จนทำให้ชวดแชมป์ไปในที่สุด

มีความผิดพลาดก่อนหน้า เพื่อเรียนรู้เป็นประสบการณ์

นั่นดูจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ใครสังเกตจะเห็นว่าปีนี้ ลิเวอร์พูล มาสไตล์ใหม่ แม้ยังคงบุกได้ดุดันเหมือนเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดแจ้งนั่นคือเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขายิงประตูได้จนพอใจแล้วเกมรุกที่เคยรวดเร็ว เข้าทำฉับไว จะเปลี่ยนมาเป็นการเก็บแรงเอาไว้ด้วยการต่อบอลชิลล์ๆ ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสเข้ามาทำเกมรุกบ้าง มันเหมือนเป็นการชาร์จพลังไปในตัวเพื่อนักเตะจะได้ไม่กรอบเกินไปเมื่อถึงคราวต้องกรำศึกหนักติดๆ กันหลายรายการในช่วงเวลาไล่เลี่ย ซึ่งพอมอง วิเคราะห์บอลแม่นๆ ให้เห็นแบบนี้มันทำให้สัมผัสได้เลยว่าโอกาสที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมีเยอะมากทีเดียวหากไม่ตกม้าตายในตอนท้ายเสียก่อน

เอาเป็นว่าเมื่อถึงช่วงปลายซีซั่นคงเห็นรูปร่างของการลุ้นแชมป์ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าลองไปถามใครเล่นๆ ให้ลอง วิเคราะห์บอลแม่นๆ เชื่อเถอะปีนี้แทบทุกคนคงมองไม่ต่างกันนั่นคือเป็นของ ลิเวอร์พูล แน่ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องรอดูว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นดังที่คาดหวังเอาไว้หรือไม่ อาจเป็นช่วงเวลาสิ้นสุดการรอคอยแชมป์ลีกที่ต้องทนฝืนมานานกว่า 30 ปีให้จบสิ้นลงเสียที

ทรรศนะพรีเมียร์ลีก 4 คู่ใหญ่สัปดาห์นี้ โดย ชาร์ลี นิโคลัส

พรีเมียร์ลีกกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้งในเสาร์อาทิตย์นี้กับ 4 แมทช์การแข่งขันสำคัญเพื่อแย่งชิงอันดับบนตารางท็อปโฟร์

ท็อตแนมฮอตสเปอร์ส เจอกับ นิวคาสเซิล

ถือเป็นสัปดาห์ที่ดีของนิวคาสเซิลหลังจากเพิ่งจ่ายเงินทำลายสถิติสโมสรคว้าตัว มิเกล อัลมิรอน มาร่วมทีม ทำให้แมทช์นี้น่าจะเป็นการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นแมทช์หนึ่ง ประกอบกับการคัมแบ็คกลับมาช่วยทีมของ ซอน ฮึง มิน เสริมด้วย ญอเรนเต้ที่กำลังเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง สเปอร์สตอนนี้มีช่องว่างห่างจากอันดับ 4 อย่างอาร์เซนอลและเชลซีถึง 7 แต้ม ทั้งๆ ที่ทีมมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ นิวคาสเซิลคงหวังมาเล่นเกมสวนกลับ แต่ไก่เดือยทองน่าจะบดเอาชนะได้ และผมคงจะแปลกใจมากถ้าไม่มีชื่อของซอนเป็นผู้ทำประตูในเกมนี้

นัดที่แล้วสเปอร์สพลิกกลับมาเอาชนะวัตฟอร์ดได้ แม้จะมีโชคเล็กๆ แต่ก็ต้องถือว่าพวกเขามีบุคลิกที่แข็งแกร่ง แต่ก็อย่างที่ทุกๆ คนทราบกันดีว่าการขาดหายไปของ แฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี และซอน ฮึง มิน ส่งผลกระทบต่อทีมเป็นอย่างมาก คงต้องฝากความหวังไว้ที่ เฟอร์นันโด ญอเรนเต้ เสียแล้ว  ในขณะที่นิวคาสเซิลก็เล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม (เพิ่งเปิดบ้านเอาชนะเรือใบ) พวกเขาจะป้องกันอย่างใจเย็น ทำให้สเปอร์สเล่นลำบาก และความขยันของ โซโลมอน รอนดอน ในแดนหน้าก็น่าจะสร้างความปั่นป่วนให้กับลูกทีมของปอเชตติโน่ ไก่เดือยทองอาจต้องรอจนถึง 5 นาทีสุดท้ายของเกมเพื่อยิงประตูชัยเลยด้วยซ้ำ

ทรรศนะชาร์ลี : สเปอร์ส 2-1 นิวคาสเซิล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอกับ อาร์เซนอล

ผมกลัวแทนทีมเก่า (อาร์เซนอล) ของผมมาก แม้ว่าอาร์เซนอลจะพาตัวเองขึ้นไปสู่อันดับ 4 เมื่อนัดที่ผ่านมา และทำผลงานได้ดีเกิดคาด ทว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังเกรี้ยวกราดและน่าจะพยายามเอาชนะให้ได้เพื่อขยับช่องว่างในการลุ้นแชมป์ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะลงสนาม พวกเราต่างรู้ดีว่าเรือใบสีฟ้าพร้อมจะแล่นทยานและทำลายทุกทีมที่ขวางหน้า แล้วยิ่งต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนทีมใหญ่อย่างอาร์เซนอล พวกเขาจะตั้งใจเป็นพิเศษ ผมไม่เห็นอะไรเลยนอกจากภาพชัยชนะอันง่ายดายจากลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

เกมนี้คงเป็นเกมที่ตั้งความหวังไว้น้อยที่สุดสำหรับอาร์เซนอล ผมกลัวว่าพวกเขาจะแสดงของจริงให้พวกเราเห็น และเอาชนะไปได้ 3 ประตูต่อ 0 พร้อมกับเดินหน้าลุ้นแชมป์ต่อไป เอาเข้าจริงอาจจะมากกว่า 3 ลูกก็ได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมกังวลมากที่สุด เพราะไอ้ปืนใหญ่ไม่มีกองหลัง เราต้องใช้ฟูลแบ็คอย่างมอนเรอัลขยับมาเล่นเป็นตัวกลาง มันเลยกลายเป็นเกมรับที่ยุ่งเหยิงสุดๆ นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมไร้ซึ่งความหวังใดๆ ทั้งสิ้น

ทรรศนะชาร์ลี : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 อาร์เซนอล

เวสต์แฮม เจอกับ ลิเวอร์พูล

นัดล่าสุดของพวกเขากับเลสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูลรับมือกับความกดดันไม่ค่อยได้ ทั้งๆ ที่เริ่มต้นเกมพวกเขาทำประตูขึ้นนำตั้งแต่ 3 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นสปีดบอลก็เริ่มช้าลง ซาลาห์ถูกปิดพื้นที่การเล่นจนหมดเกลี้ยง และตรงนี้แหละที่จะกลายเป็นจุดอ่อนที่ขุนค้อนตามหา

ดูเหมือนว่า มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีมจะประสบปัญหากับสภาพความฟิต (ถ้าเวสต์แฮมไม่ได้โกหก) แต่พวกเขาก็ยังมี ชิชาร์ริโต้ รวมถึง ฟิลิเป้ แอนเดอร์สัน ที่สามารถคุมเกมได้  ซึ่งถ้าหากเขาเกิดเข้าฟอร์มขึ้นมา เวสต์แฮมจะกลายเป็นทีมที่อันตรายและกลายเป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับหงส์แดง เกมสวนกลับของขุนค้อนน่าจะทำให้ลิเวอร์พูลต้องเกิดอาการเป๋กันไปบ้าง

ถ้าหากผมเป็นเปเญกรินี่แล้วละก็ ผมคงสั่งให้ลูกทีมเล่นเหมือนเกมเยือน ปล่อยให้ลิเวอร์พูลได้ครองบอล แต่ผมมีความรู้สึกว่าเกมนี้น่าจะเข้าทางลิเวอร์พูล พวกเขาจะเบียดเอาชนะได้ แต่อาจจะต้องยื้อไปดราม่าถึงท้ายเกม โอริกิเป็นตัวสำรองลงมายิงอะไรทำนองนั้น

ทรรศนะชาร์ลี : เวสต์แฮม 1-2 ลิเวอร์พูล

เชลซี เจอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์

ทั้งสองทีมตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือต้องเอาชนะเกมนี้ให้ได้เท่านั้น ผมรู้ว่าผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ยาน ซีเวิร์ต เพิ่งเข้ามาและต้องใช้เวลาในการทำทีม แต่คุณไม่สามารถถามหาเวลาได้ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขามีคะแนนตามอันดับ 17 อยู่ถึง 12 คะแนน นั่นเป็นระยะห่างที่ไกลมากๆ จากใจจริง ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะตกชั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าผู้จัดการทีมคนใหม่จะไม่ยอมรับและพยายามทำให้ผู้เล่นเข้ากับฟุตบอลในแบบของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อยากเจอแน่ๆ คือ ความอับอาย และสิ่งนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในสแตมฟอร์ด บริดจ์

นี่ไม่น่าใช่เกมที่ยากสำหรับเชลซี  แม้ว่าซาร์รี่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่นั่นจะไม่ส่งผลต้องการตัดสินใจของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญซึ่งเราเห็นมาตลอดทั้งฤดูกาลคือ หากบอลไปไม่ถึง เอด็อง อาซาร์ พวกเขาจะไม่ชนะการแข่งขัน เพราะฉะนั้นมันน่าสนใจว่า การแสดงออกของอาซาร์ต่อสถานการณ์ของทีมในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามผมหวังว่าเชลซีจะรวมใจเป็นหนึ่ง และพาตัวเองกลับขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งท็อปโฟร์อีกครั้ง เชลซีน่าจะชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก อาซาร์ยิงเบิ้ล 2 ลูก

ทรรศนะชาร์ลี เชลซี 3-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์